ในบทความที่แล้ว เราได้รู้จัก mise-en-scène หรือสิ่งที่อยู่ในฉากของหนังกันไปพอหอมปากหอมคอแล้วใช่ไหมคะ โดยเราได้ทำความรู้จักเกี่ยวกับ ฉาก หรือ setting ของเรื่อง ที่เป็นตัวบอกว่า เรื่องราวในหนังดำเนินอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่

อ่านบทความตอนที่ 1 ได้ที่ https://afterthescene.com/mise-en-scene-1/

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักอีกองค์ประกอบของ mise-en-scène คือ การจัดแสง หรือ lighting กันค่ะ

แสง = ความสนใจ

แสงเป็นสิ่งที่ช่วยดึงความสนใจของเราเข้าไปสู่ตัวละคร หรือวัตถุที่ปรากฏขึ้นบนฉาก เมื่อมีแสง ก็ย่อมมีเงา โดยเงาจะสื่อถึงปริศนา หรือความไม่ชัดเจน  เงาแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ

1. Attached shadow คือเงาที่เป็นด้านมืดของวัตถุ ที่แสงส่องไม่ถึง

2. Cast shadow คือเงาที่ทาบทับลงบนกำแพง หรือฉากหลัง

จากฉากหนึ่งของหนัง Gone with the Wind ดังภาพด้านล่าง แสดงให้เห็น Cast shadow โดยเป็นเงาของผู้หญิงสองคนทาบทับบนกำแพง แสงที่ตกกระทบกำแพงสื่อถึงฉากโรงพยาบาล  ขณะที่การที่เงาของผู้หญิงสองคนอยู่เคียงกัน แสดงให้เห็นความเป็นพี่และน้องสาว ที่แม้จะรักผู้ชายคนเดียวกัน แต่สายสัมพันธ์ก็ตัดไม่ขาด  นอกจากนั้น cast shadow ในจุดนี้ ยังสื่อถึงการที่ทั้งสองกำลังทำงานดูแลผู้ป่วยอยู่อีกด้วย

ที่มาภาพ http://thefilmexperience.net/blog/2014/8/21/best-shot-collection-gone-with-the-wind-pt-1.html

แสงยังแบ่งออกเป็นแบบต่างๆอีก 5 แบบ คือ

1. Frontal lighting คือแสงที่ส่องมาจากด้านหน้าตัวละครและกลบเงา

2. Side lighting แสงที่ส่องจากด้านข้างและทำให้เห็นสัดส่วนของตัวละครชัดขึ้น

3. Back lighting แสงที่ส่องมาจากด้านหลัง

4. Underlighting แสงที่ส่องจากด้านล่าง

5. Top lighting แสงที่ส่องมาจากด้านบน บางภาพจะเน้นจมูกและตาของตัวละครให้เด่นชัด ทำให้ผู้ชมถูกดึงดูดให้มองตาของตัวละคร

ตัวอย่างการใช้ Top lighting จากเรื่อง The Game (1997)

ที่มาภาพ https://twitter.com/mccrabb_will/status/976172646399229952/photo/1

สำหรับบทความหน้า เราจะมาต่อที่ ตัวละคร (Characters) กันค่ะ ใครชอบบทความนี้สามารถคอมเมนต์เข้ามาคุยกันได้นะคะ แล้วพบกันค่ะ