ห่างหายกันไปสักพัก สำหรับบทความเกี่ยวกับหนัง วันนี้ After The Scene จะมาเปิดตัวคอลัมน์ใหม่ “เกร็ดหนังที่ฉันรู้” ซึ่งเป็นการรวบรวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับหนัง และศาสตร์ของหนัง ที่แอดมินได้เก็บสะสมมาในแต่ละวัน มาแชร์กับผู้อ่านทุกคน  จะเรียกว่าเป็นไดอารี่ศาสตร์ภาพยนตร์ก็คงจะไม่ผิดนัก 

วันนี้เราจะมาเริ่มต้นด้วยเรื่องของ “Mise-en-scène” หรือสิ่งที่อยู่ในฉากของหนัง จากคอร์สออนไลน์ “Film and Cultural Study” จาก South China University of Technology ขอบอกว่าคอร์สนี้เป็นคอร์สฟรี แต่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ ใครที่สนใจสามารถดูในลิงค์ท้ายบทความได้เลยค่ะ

เมื่อศาสตร์ภาพยนตร์และละครเวทีมาบรรจบกัน

เมื่อหนังหรือละครเริ่มขึ้น สิ่งที่เราสนใจเป็นอย่างแรกก็คงจะเป็นสิ่งที่อยู่ในฉากใช่ไหมล่ะคะ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก เสื้อผ้า หรือสิ่งของที่บอกว่าฉากนั้นเกิดขึ้นที่ไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่  พวกสิ่งที่อยู่ในฉากเหล่านี้แหละที่เรียกว่า “mise-en-scène (อ่านว่า มิส-อ็อง-แซน)”

คำว่า “mise-en-scène” มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “putting into the scene” หรือ “การใส่เข้าไปในซีน” เป็นการผนวกรวมเอาศาสตร์ของละครเวทีเข้ามาไว้ในศาสตร์ภาพยนตร์  เพราะว่าในละครเวทีจะต้องมีอุปกรณ์ เครื่องประกอบฉาก อย่างที่บอกไว้ข้างต้นใช่ไหมล่ะคะ  mise-en-scène ประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 อย่าง คือ ฉาก (Setting) การจัดแสง (Lighting) เครื่องแต่งกาย (Costume) และ การแสดง (Acting)

วันนี้เราจะมาพูดถึง mise-en-scène อย่างแรกกันก่อน นั่นคือ ฉาก (Setting)

ฉาก = ที่ไหน + เมื่อไหร่

 ฉาก (Setting) จะให้ข้อมูลกับเราเกี่ยวกับหนัง 2 อย่าง คือ ที่ไหน และ เมื่อไหร่ ที่เหตุการณ์ในหนังเกิดขึ้นค่ะ โดยเมื่อเราได้เห็นฉาก สิ่งที่เราจะให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ก็คือ “ความสมจริง (Realism)” ของฉากนั้น ลองคิดถึงหนังอย่าง Star Wars หรือ The Avengers ที่มีฉากการรบในอวกาศที่ดูสมจริง ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิก (CG) หรือหนังย้อนยุค ที่เนรมิตฉากในอดีตมาทำให้ผู้ชมหลงเข้าไปอยู่ในโลกของตัวละครได้  นี่แหละค่ะ ความสำคัญของความสมจริง

ใน​ฉาก ยังมีองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยแต่งแต้มให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วม นั่นคือ สีและองค์ประกอบ (Color and Combination) ที่จะส่งเสริมบริบทของหนัง อย่างเช่นภาพข้างล่างจากเรื่อง Skyfall (2012) ที่ใช้สีโทนน้ำตาล เทา ดำ เพื่อสื่อถึงความรู้สึกอ้างว้าง และความรู้สึกถึงความเก่า ด้วยความที่หนัง เจมส์ บอนด์ ภาคนี้ ตัวละครจะต้องถูกองค์กรปล่อยให้สู้ด้วยตัวเอง โดยใช้กลวิธีและอาวุธแบบดั้งเดิม (old-school) ย้อนกลับไปในยุคที่ เอ็ม บอสของบอนด์ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่นั่นเอง

A picture containing mountain
Description automatically generated

ที่มาภาพ https://www.cined.com/film-color-schemes-cinematic-color-design/

หรือจากฉากนี้ใน Gone with The Wind (1939) ที่มีเบื้องหลังเป็นสงครามกลางเมือง จึงใช้ส้มเข้มและแดง เพื่อสื่อถึงไฟที่เผาไหม้บ้านเรือน และระเบิดจากสงครามนั่นเอง

A picture containing person, crowd
Description automatically generated

ที่มาภาพ https://www.sheldonwalker.com/posts/2014/12/13/gone-with-the-wind-1939-dp-ernest-haller

เป็นยังไงบ้างคะสำหรับ “เกร็ดหนังที่ฉันรู้” ตอนที่ 1 หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ สำหรับตอนหน้า เราจะมาพูดถึงเรื่อง การจัดแสดง (Lighting) ที่ส่งผลต่ออารมณ์ของหนังกันค่ะ ใครไม่อยากพลาดกดติดตามเพจไว้นะคะ แล้วเจอกันค่ะ

Link – คอร์สออนไลน์ Film and Cultural Study

https://www.xuetangx.com/course/scut13031001618intl/3994980